สารบัญ
ใน ตอน 14 แย้มไว้ว่า Domain 2 จะเปลี่ยนมุมมาดู governance ขององค์กร — ตอนนี้คือ บทแรกของจริง ครับ กฎที่กดทับ IT ทุกชั้น
ตอนเริ่มอ่าน Section 2.1 + 2.3 ของ CRM ผมงงนิดหน่อย เพราะ 2.1 พูดถึงกฎหมายภายนอก (laws, regulations) ส่วน 2.3 พูดถึงกฎภายในองค์กร (policies, standards, procedures, guidelines) จริงๆ แล้วทั้งสอง section นี้มันคือ เรื่องเดียวกัน ที่มองคนละมุม
เลยรวม 2 section นี้เข้าด้วยกันเป็นบทเดียว ภายใต้ frame “ลำดับชั้นของกฎ” ที่ไหลลงมาจากรัฐสภาจนถึงคู่มือ SOP ของพนักงานคนล่างสุด
โครงของบท:
- ทำไม auditor ต้องสนใจกฎหมาย ในเมื่อมีทีมกฎหมายอยู่แล้ว
- ภายนอก: laws / regulations / industry standards
- ภายใน: policies / standards / procedures / guidelines (4 ชั้น)
- Trap patterns ที่ออกข้อสอบ
- ปิด: ทำไม “ลำดับชั้น” สำคัญกว่าที่คิด
ทำไม Auditor ต้องสนใจกฎหมาย?
คำถามที่หลายคนน่าจะสงสัย — “บริษัทมีฝ่ายกฎหมายแล้ว auditor ไปยุ่งทำไมครับ?”
ตอบสั้นๆ: เพราะกฎหมายแต่ละข้อ กระทบ control design ของระบบ IT โดยตรง ฝ่ายกฎหมายอ่านกฎหมายได้ แต่ไม่ใช่คนที่ออกแบบระบบ ส่วน IS auditor คือคน ตรวจว่าระบบสะท้อนกฎหมายจริงรึเปล่า
ลองดูตัวอย่าง:
- PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของไทย) บอกว่าลูกค้ามีสิทธิ์ขอลบข้อมูลตัวเอง → ระบบ CRM ของบริษัทต้อง มีปุ่ม delete ที่ลบข้อมูลในทุก database ที่เก็บไว้ ไม่ใช่แค่ใน front-end
- GDPR บอกว่าต้องมี breach notification ภายใน 72 ชั่วโมง → ต้องมีระบบ alert + incident response procedure ที่ทดสอบจริง
- กฎของแบงก์ชาติ เกี่ยวกับ data residency → server บางอย่างต้องอยู่ในไทย — กระทบ cloud strategy ทันที
ฝ่ายกฎหมายอ่านข้อความได้แต่ตอบไม่ได้ว่า “ระบบเรา comply จริงมั้ย” นั่นคือ technical compliance ที่ IS auditor ต้องตรวจ
เดี๋ยว Domain 5 จะลงเทคนิค privacy controls ระดับลึก (เช่น encryption สำหรับ data at-rest, masking สำหรับ test environment) ตอนนี้รู้แค่ว่ากฎหมายภายนอกคือ input ของ design ก็พอครับ
Laws ตัวอย่างที่ Auditor ต้อง Aware (ไม่ต้องท่อง)
CRM ระบุชัดเจน: “For the CISA exam, the IS auditor must be aware of these globally recognized concepts; however, knowledge of specific legislation and regulations will not be tested.”
แปลว่า exam ไม่ออกถามรายชื่อกฎหมาย — แต่ auditor ต้อง aware ว่ามี categories ของ laws ที่อาจ trigger audit:
| Category | Laws ตัวอย่าง |
|---|---|
| Privacy / Data Protection | GDPR (EU), PDPA (Thailand/Korea), PIPA, PIPEDA (Canada), POPI Act (South Africa), PDPL (Saudi Arabia), Privacy Act 1988 (Australia), Data Protection Act (UK) |
| Sector-Specific (Financial) | GLBA (US Banking), FIEA (Japan), Sarbanes-Oxley |
| Sector-Specific (Health) | HIPAA (US Healthcare) |
| Sector-Specific (Education) | FERPA (US Education), CIPA (US schools), COPPA (Children online) |
| Government Information | FISMA (US Federal), MoD JSP 440 (UK Defence) |
จุดที่ exam ถามจริงๆ: บริษัทไทยขายของออนไลน์ + มีลูกค้า EU 1 คน → GDPR กระทบทันที เพราะ jurisdictional reach ดูที่อยู่ของ data subject ไม่ใช่ที่ตั้งบริษัท
IIA 7 Considerations — Framework สำหรับ Compliance Audit
The Institute of Internal Auditors (IIA) ระบุ 7 considerations ที่ auditor ต้องดูเมื่อตรวจ regulatory compliance:
- Standards and procedures — มี compliance standards + procedures ที่พนักงานทำตามได้มั้ย
- Assignment of responsibility to senior personnel — มี individual ระดับ senior ที่ accountable มั้ย
- Reliable / ethical employees — มี background check ก่อนให้ access ระบบ + data sensitive มั้ย
- Communication and training — Standards ถูก communicate effectively ทั่วบริษัทมั้ย
- Compliance monitoring and auditing — มี monitoring + reporting steps ที่ reasonable มั้ย
- Consistent enforcement — Compliance ถูก enforce ผ่าน disciplinary mechanisms (รวม discipline ผู้ที่ fail to detect/report violations)
- Appropriate response to offenses + prevention of similar offenses — เมื่อเจอ violation บริษัท report to authorities + put preventive measures มั้ย
ทำไม framework นี้สำคัญ? เพราะ กฎหมายเปลี่ยนทุกปี แต่ 7 considerations นี้ stable auditor ใช้เป็น checklist สำหรับ compliance audit ทุกประเภท ไม่ว่าจะกฎหมายไหน
Trap คลาสสิก: บริษัทที่บอกว่า “compliant” เพราะมี policy เขียนไว้ แต่ขาด consideration 4 (training) หรือ 5 (monitoring) → IIA framework บอกว่า ยังไม่ comply จริง
Sentencing Guidelines + International Adoption
ในสหรัฐฯ — US Federal Sentencing Guidelines (1991) กำหนดว่าบริษัทที่มี compliance program ที่ effective อาจได้ penalty reduction
แนวคิดนี้ถูก adopt ทั่วโลก — OECD/COSO standards มี similar guidance ที่ countries หลายแห่งใช้เป็น base สำหรับ corporate liability laws
ในมุม auditor บริษัทที่มี compliance program ที่ documented + tested = demonstrate “due care” ลด liability เมื่อเกิด violation
นั่นคือ “ทำไม” ของบทนี้ ทีนี้มาดูชั้นของกฎกันต่อ
ชั้นที่ 1 (ภายนอก): Laws, Regulations และ Industry Standards
Laws — กฎหมาย
Law = กฎที่ออกโดยรัฐ มีผลบังคับ ฝ่าฝืนแล้วมีโทษ
ในมุม IT — กฎหมายที่กระทบโดยตรง:
- PDPA ของไทย — คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย
- GDPR ของยุโรป — คุ้มครองข้อมูลของคนยุโรป (กระทบบริษัทไทยที่ขายของให้ลูกค้าในยุโรป)
- กฎหมายเฉพาะวงการ เช่น กฎของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน, สาธารณสุข, การศึกษา — แต่ละวงการมีกฎ data ของตัวเอง
กับดักที่เจอบ่อย: “บริษัทเราอยู่ในไทย GDPR ไม่เกี่ยวข้อง”
ผิดครับ GDPR ไม่ได้บังคับตามที่ตั้งของบริษัท แต่บังคับตาม ที่อยู่ของเจ้าของข้อมูล ถ้าขายของออนไลน์และมีลูกค้าในยุโรปแม้คนเดียว GDPR กระทบทันที
IS auditor ที่รับคำว่า “เราอยู่ในไทย GDPR ไม่เกี่ยว” โดยไม่ตรวจ customer base จริง = ตรวจไม่ครบ
Regulations — กฎย่อยและประกาศ
Regulation = ข้อกำหนดเฉพาะที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแล — สอดคล้องกับ law ที่ใหญ่กว่า แต่ลงรายละเอียดมากกว่า
ตัวอย่าง: PDPA เป็นกฎหมาย → สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออก ประกาศ เรื่อง “มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย” — เป็น regulation ที่ลงรายละเอียดว่าต้องทำอะไรบ้าง
ในมุม audit: regulation ใกล้กับ “เกณฑ์ที่ใช้ตรวจ” มากกว่า law เพราะ specific กว่า
Industry Standards
Industry Standard = มาตรฐานที่วงการเดียวกันยอมรับ — ไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าไม่ทำตาม คู่ค้าและลูกค้าจะไม่เชื่อถือ
ตัวอย่างที่ CISA ออกข้อสอบบ่อย:
- PCI DSS — ถ้ารับบัตรเครดิต ต้อง comply (ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่บัตรเครดิตจะไม่ออกให้ถ้าไม่ทำตาม)
- ISO 27001 — มาตรฐานด้านความปลอดภัยข้อมูล
- NIST CSF — กรอบ cybersecurity
ความต่างสำคัญ: law บังคับโดยรัฐ / regulation บังคับโดยหน่วยงาน / industry standard บังคับโดย “ตลาด” (ถ้าไม่มี ลูกค้าไม่เลือก)
GRC: ทำไมต้องรวมกัน?
CRM พูดถึงคำว่า GRC — Governance, Risk, Compliance
หลายบริษัทมีทั้งสามฝ่าย แต่ทำงานแยกกัน:
- ฝ่าย governance (board, audit committee) ออก policy
- ฝ่าย risk (CISO, risk manager) ประเมินความเสี่ยง
- ฝ่าย compliance (legal, ผู้ดูแล regulation) ติดตามกฎหมาย
ปัญหาคือ ถ้า 3 ฝ่ายไม่คุยกัน risk เรื่อง data breach อาจถูกประเมินแล้วในฝ่าย risk แต่ฝ่าย compliance ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับ PDPA ส่วน governance ก็ไม่รู้ว่าต้องอนุมัติ budget เสริม
GRC ที่ดี = 3 ฝ่ายทำงานเป็นภาพเดียว IS auditor มองหาว่า GRC integration เกิดขึ้นจริงไหม หรือเป็นแค่ป้ายแขวนบนผนัง
ชั้นที่ 2 (ภายใน): Policies, Standards, Procedures, Guidelines
ทีนี้กฎจากภายนอกกระทบลงมาในองค์กร องค์กรต้อง แปล กฎหมายเป็นกลไกภายในที่พนักงานทำตามได้จริง
ลำดับชั้น:
Policies (แสดงเจตจำนงของผู้บริหาร) ↓Standards (มาตรฐานที่บังคับ — ห้ามต่อรอง) ↓Procedures (ขั้นตอนทำจริง — Who/What/When/Where/Why/How) ↓Guidelines (คำแนะนำ ไม่ได้บังคับ)ทุกชั้นมีบทบาทที่ต่างกัน — IS auditor ต้องเข้าใจชั้นทั้งหมดเพื่อตรวจ control ได้ตรงจุด
Policy — เจตจำนงของฝ่ายบริหาร
Policy = แถลงการณ์ระดับสูงของผู้บริหารว่า “บริษัทยึดอะไรเป็นหลัก”
นึกถึงรัฐธรรมนูญของบริษัท — กว้างพอที่จะครอบคลุมหลายสถานการณ์ แต่ชัดพอที่จะส่งสัญญาณว่าผู้บริหารเอาจริง
Policy ของ IT ที่ทุกบริษัทควรมี (อย่างน้อย):
- Information Security Policy (ISP) — เอกสารแม่บทของ security ทั้งบริษัท
- Acceptable Use Policy — พนักงานใช้ระบบบริษัทยังไงได้บ้าง
- Access Control Policy — ใครเข้าระบบไหนได้
- Data Classification Policy — ข้อมูลแบ่งเป็นกี่ชั้น (เดี๋ยวตอน 17 จะเล่า)
- Incident Response Policy — ถ้าระบบล่มหรือมีการบุกรุก ทำอย่างไร
- Remote Access Policy — work from home/remote ใช้ระบบยังไง
ลักษณะของ policy ที่ดี:
- มีชื่อ owner ที่รับผิดชอบ (ไม่ใช่ “แผนก IT” แบบลอย ๆ)
- มีวันที่ทบทวนล่าสุดและวันที่ทบทวนรอบหน้า
- ถูกอนุมัติโดย senior management
- ถูกสื่อสารถึงพนักงานทุกคน (ไม่ใช่ฝังอยู่ใน drawer ของ CIO)
Trap ที่ออกข้อสอบ: policy ที่ไม่มีวันที่ทบทวน = policy ที่อาจล้าสมัยตั้งแต่แรก IS auditor flag ตัวนี้แน่นอน
Standard — บังคับ ห้ามต่อรอง
Standard = ข้อกำหนดเฉพาะที่ บังคับ — แปล policy ให้เป็น “ต้องทำอะไร, ทำยังไง”
เปรียบเทียบ:
- Policy: “บริษัทใช้ password ที่แข็งแรงเพื่อปกป้อง account”
- Standard: “Password ต้อง 12 ตัวอักษรขึ้นไป มีตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข อักขระพิเศษ — เปลี่ยนทุก 90 วัน”
Policy บอกว่า ทำไม standard บอกว่า เท่าไหร่ / อะไรคือเส้น
Standard เป็น mandatory — ห้ามต่อรอง ถ้าฝ่าฝืนคือ violation ที่ต้อง report
Procedure — Who, What, When, Where, Why, How
Procedure = ขั้นตอนเฉพาะ ทีละขั้น ที่บอกว่าจะทำตาม policy + standard ได้อย่างไร
ตัวอย่าง procedure ของ “การออกบัญชีผู้ใช้ใหม่”:
- ผู้จัดการของพนักงานใหม่กรอก request form ใน HR system
- HR ส่ง request ไปยัง IT helpdesk ภายใน 1 วันทำการ
- IT admin สร้าง account ใน Active Directory ตาม role template
- IT admin ส่ง username + temporary password ผ่าน secure channel
- ผู้ใช้เปลี่ยน password ในการ login ครั้งแรก (ระบบบังคับ)
- ผู้จัดการยืนยันว่า access ถูกต้อง ภายใน 3 วันทำการ
- IT log ทุกขั้นตอนใน ticket system
แต่ละขั้นมี ใคร / ทำอะไร / เมื่อไหร่ / ที่ไหน / ทำไม / อย่างไร / มีหลักฐานอะไร — ครบ 7 ข้อ
Trap สำคัญ: procedure ที่ไม่มีใครรู้ = ไม่มี procedure procedure ต้องถูกสื่อสาร + ฝึกอบรม ไม่ใช่แค่เก็บไว้ในเอกสารกลาง
Guideline — แนะนำ ไม่บังคับ
Guideline = คำแนะนำเสริม — ช่วยให้พนักงานทำ procedure ได้ดีขึ้น แต่ ไม่ใช่กฎ
ตัวอย่าง: procedure บอกว่า “ตั้งชื่อ user ตาม pattern firstname.lastname” — guideline เสริม: “ถ้ามีชื่อซ้ำ ให้เติมเลขประจำตัวพนักงาน 4 หลักท้าย”
Trap ใหญ่ที่ออกข้อสอบ: guideline ไม่ใช่ control ไม่ปฏิบัติตาม guideline = ไม่ใช่ violation IS auditor ที่เขียน finding ว่า “พบการไม่ปฏิบัติตาม guideline” = เขียนผิดตั้งแต่ classification
ถ้าจะให้อะไร mandatory ต้องเขียนเป็น standard ไม่ใช่ guideline
ภาพรวม: ทุกชั้นต้องเชื่อมกัน
ผมขออธิบายลำดับชั้นด้วย scenario ของคลินิกแห่งหนึ่งเรื่อง PDPA:
Law (ภายนอก): PDPA บอกว่าต้องคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วย
Regulation (ภายนอก): ประกาศของหน่วยงานกำกับดูแลด้านข้อมูล กำหนดมาตรการเพิ่มเติม
Industry Standard (ภายนอก): ISO 27001 ที่คลินิกอยากทำ certification
↓ คลินิกแปลกฎภายนอกเป็นกฎภายใน:
Policy (ภายใน): “คลินิกปกป้องข้อมูลผู้ป่วยตาม PDPA และมาตรฐานวิชาชีพ” — นโยบายที่ผู้อำนวยการลงนาม
Standard (ภายใน): “ข้อมูลผู้ป่วยที่เก็บใน database ต้อง encrypt ด้วย AES-256 / access ต้องผ่าน MFA / เก็บไว้ไม่เกิน 10 ปี”
Procedure (ภายใน): ขั้นตอนการให้สิทธิ์ดูข้อมูลผู้ป่วยให้แพทย์ใหม่ — 8 ขั้นตอนเฉพาะ
Guideline (ภายใน): “ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องเข้าระบบเร่งด่วน แนะนำให้แจ้ง CISO ภายใน 24 ชั่วโมง”
ทุกชั้นต้อง trace ขึ้นและลงได้ auditor ต้อง verify ว่า procedure ที่พนักงานทำ ตรงกับ standard ที่ standard ตรงกับ policy ที่ policy รองรับ law
ถ้ามี procedure ที่ไม่เชื่อมกลับ standard/policy = สัญญาณว่าสร้างขึ้นเอง โดยไม่มี governance รับรอง = control ที่ไม่มี backing
Trap Patterns ที่ออกข้อสอบ
| Trap | ความเข้าใจผิด | ความเข้าใจที่ถูก |
|---|---|---|
| Policy = Procedure | ใช้แทนกัน | คนละชั้น — policy = เจตจำนง / procedure = ขั้นตอนทำ |
| Guideline = mandatory | ปฏิบัติตามทุกข้อ | guideline = แนะนำ ไม่บังคับ — มีปัญหาแค่ note |
| Standard = optional | ฝ่าฝืนได้ | standard = บังคับ ห้ามต่อรอง |
| GDPR = ใช้กับบริษัทยุโรป | บริษัทไทยไม่กระทบ | GDPR ใช้กับ data ของคน EU ไม่ว่าบริษัทอยู่ไหน |
| Compliance = control effectiveness | comply กฎหมาย = control ดี | comply = แค่ตามกฎ — control อาจยังอ่อน |
| Vendor ไม่ต้องตาม ISP | นโยบายภายในเฉพาะพนักงาน | vendor ที่ access data ต้องผูกใน contract |
ปิดบท: ทำไม “ลำดับชั้น” สำคัญกว่าที่คิด
ที่อยากให้ติดในหัวจากบทนี้คือ ทุก control ที่ auditor เห็นในระบบจริง ต้อง trace กลับขึ้นไปได้ถึง law
ถ้า trace ไม่ได้ แปลว่า:
- control นั้นอาจไม่จำเป็น (ทำไปทำไมก็ไม่รู้) → waste resource
- หรือ control นั้นจำเป็น แต่ไม่มี policy รองรับ → ถ้าคนทำลาออก ไม่มีใครรู้ว่าต้องสานต่อ
นี่คือเหตุผลที่ Section 2.1 + 2.3 ของ CRM ต้องอ่านพร้อมกัน กฎหมายภายนอกกับกฎภายในเป็น ระบบเดียวกัน ที่ผู้บริหารต้องสร้างให้เชื่อมกัน
ใน ตอน 07 ของ Domain 1 เราคุยเรื่อง compliance ในมุม audit planning ไปแล้ว — ตอนนี้เห็นภาพฝั่ง governance: compliance ไม่ได้เริ่มที่ checklist ของ auditor มันเริ่มที่ ลำดับชั้นของกฎ ที่ board ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น
ตอน 16 จะมาเจาะใจกลางของ Domain 2 — EGIT, Three Lines, SoD, Enterprise Architecture บทใหญ่ที่สุดของ Domain 2 เลยครับ ใครเป็นคนกำกับ IT จริงๆ และคนทำ–คนตรวจ–คนรับประกันต้องแยกกันยังไง
อ้างอิง CRM (CISA Review Manual 28th Edition): Domain 2: Section 2.1 Laws, Regulations and Industry Standards + Section 2.3 IT Policies, Standards, Procedures and Guidelines