354 คำ
2 นาที
IT Genius
สารบัญ

ตอน ป.2 ที่บ้านเริ่มมีคอมพิวเตอร์ให้เล่น ตอนนั้นก็เล่นเกมอย่างเดียวเป็นหลัก พ่อแม่เลยคิดว่า เฮ้ย เอาไปเรียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่ามั้ง เดี๋ยวเครื่องเสียเปล่า ก็เลยโดนส่งไปเรียนโครงการชื่อ IT Genius ที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องแห่งจุฬาฯ

โครงการ IT Genius คืออะไร#

เอาจริงๆตอนนั้นไม่ได้สนใจว่าโครงการเป็นของใคร รู้แค่ว่าต้องนั่งรถไปเรียนแถวสยามฯ ทุกสัปดาห์ พอกลับมานั่งค้นตอนโตแล้ว ถึงรู้ว่ามันเป็นของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CCEC) จัดที่อาคารวิทยกิตติ์ ย่านสยามสแควร์ — อาคารเดียวกับที่มีศูนย์หนังสือจุฬาฯ โรงเรียนกวดวิชา กับศูนย์อาหารใต้ดินที่ของถูกมาก ยังจำกลิ่นข้าวแกงตอนเย็นได้อยู่เลย

โครงการเปิดช่วงประมาณปี 2544 รับเด็กตั้งแต่ 8 ขวบ ถึง 18 เรียนสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง หลักสูตรยาวหลายปี ไต่ระดับไปเรื่อยๆ จากแบบ “เปิด/ปิดคอมยังไง” ไปจนถึงเขียนโปรแกรมได้จริง ในยุคเดียวกันศูนย์ฯ ก็มีหลักสูตรอื่นเปิดควบคู่ เช่น Web Builder & Design, Visual Basic, E-Commerce Programming แต่ IT Genius คือหลักสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

ต้องเข้าใจว่ายุคนั้น IT education ในไทยยังเป็นของหายากมาก โรงเรียนส่วนใหญ่สอนแค่ Microsoft Office — เปิด Word, ทำตาราง Excel, จบ การที่มีโครงการสอนเด็กเขียนโปรแกรมจริงจังตั้งแต่ ป.2 ถือว่าล้ำมากในตอนนั้น

รุ่น 4 ที่กลายเป็นรุ่น 1#

เรื่องแปลกอันแรกที่เจอคือ — ตอนผมเข้าไปเรียน ผมเป็นรุ่น 4 แต่เรียนๆ ไปสักพัก โครงการประกาศว่า “ขอยุบรวมรุ่น” กลายเป็นรุ่น 1 เฉยเลย

เรื่องมันคือ รุ่น 1-3 คนหายหมด ไม่เรียนต่อกัน เหลือไม่กี่คน พอถึงรุ่น 4 คนเยอะสุด โครงการเลยให้รุ่น 1-3 ที่ยังเหลืออยู่รอรุ่น 4 เรียนทัน แล้วยุบรวมกัน… แต่ยุบรวมเป็นรุ่น 1 ฮะ ไม่ใช่รุ่น 4

ทำไมไม่เอารุ่น 1-3 มารวมรุ่น 4 ฟะ โคตรไม่เข้าใจ 555+ แต่ก็ไม่มีใครอธิบายเหตุผล จากที่เป็นรุ่น 4 หลายปี อยู่ดีๆ กลายเป็นรุ่น 1 รุ่นย่อยที่สุดของรุ่นเดิม เอาเถอะ ได้เรียนต่อก็พอ

ยุคมืดของการเขียนโค้ด#

หลักสูตรเริ่มจากพื้นฐานที่สุด — เปิดคอม ปิดคอม Input กับ Output คืออะไร, Process คืออะไร, RAM คืออะไร, Hard disk คืออะไร พวกนี้ทั้งนั้น

พอผ่านช่วงนั้นมาได้ก็ขยับไปเขียน HTML ทำเว็บไซต์แรกในชีวิต แล้วค่อยขึ้น Visual Basic เขียนโปรแกรมจริงๆ

แต่เป็นยุคมืดนะ คือ — ไม่มี IDE ที่ช่วยอะไรเลย ไม่มี auto-complete ไม่มี syntax highlight ไม่มีเส้นแดงบอกว่าเขียนผิดตรงไหน ทุกอย่างเขียนมือ ดูตัวอย่างจากสไลด์ครูแล้วก๊อปตามให้ถูก

ตอนจะอัปเว็บขึ้น server ก็ใช้ Filezilla ลาก drag & drop ไฟล์ขึ้น FTP — ยุคนั้นใครใช้ Filezilla เป็นนี่คือหรูหราแล้ว เพราะบางคนยังเขียนคำสั่งใน terminal เพื่ออัปไฟล์อยู่เลย

Bug แล้วร้องไห้#

จุดที่ทำให้ผมเกลียดเขียนโค้ดไปหลายปีคือ — การหา bug

จินตนาการว่าคุณเป็นเด็ก ป.3-4 นั่งหน้าคอมที่บ้าน โปรแกรมที่เขียนไม่รัน หรือรันแล้วผลออกมาผิด ไม่มี error message ชัดๆ บอก มี popup ขึ้น “Error” เฉยๆ ไม่มี Stack Overflow ให้กูเกิล (Google ยังเป็น dot-com ใหม่ๆ) ไม่มี YouTube ให้ดูวิธีแก้ ไม่มี AI ให้ถาม

ก็ต้องนั่งไล่อ่านโค้ดของตัวเองทีละบรรทัด หาเครื่องหมายที่ลืมใส่ — ลืมปีกกา ลืม semicolon ลืมประกาศตัวแปร ลืมกำหนด data type อะไรก็ได้ทั้งนั้น

หาไปสองสามชั่วโมงไม่เจอ ก็ร้องไห้จริงๆ ฮะ 555+ ไม่ใช่อุปมา

เรียนจบ แต่ไม่เอาสายโปรแกรมเมอร์#

เรียนหลายปีมากๆ จนจบโครงการตามปกติ แต่สรุปกับตัวเองตอนนั้นเลยว่า — อาชีพโปรแกรมเมอร์ไม่ใช่ทางของผม

ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ — ทำได้ แต่ไม่สนุก นั่งหา bug แล้วหงุดหงิดทุกครั้ง ไม่มีความรู้สึก flow เลย ผมแค่ชอบเล่นคอม เล่นเกม เรียนเพื่อเข้าใจว่ามันทำงานยังไง ก็แค่นั้น

ตอนนั้นก็เลยปล่อย code ไป ไปโฟกัสเรื่องอื่นแทน

แล้วมาเจอ AI#

Fast forward มาเกือบ 25 ปี — ตอนนี้ทุกคนพูดถึง AI เขียนโค้ดได้, Vibecode ได้, คนที่ไม่เคยเรียนเขียนโปรแกรมก็ทำเว็บได้ ทำแอปได้

พอผมเริ่มลอง Vibecode เองก็… เอ้า เขียนเองไม่เป็นจริง แต่พอฟังรู้เรื่อง เวลา AI อธิบายว่ามันจะทำอะไร ผมเข้าใจว่า loop คืออะไร variable คืออะไร function คืออะไร ทำไมมันต้องมี if-else ตอน AI แจ้งว่าเจอ bug ตรงไหน ผมไล่ตามได้

พื้นฐาน input/output/process ที่เรียนตั้งแต่ ป.2 มันไม่ได้หายไปไหน แค่รออยู่ 20 ปีให้ AI มาปลดล็อคให้ใช้งานได้จริง — พ่อแม่จ่ายค่าเรียนไป ไม่ได้เสียฟรี แค่ใช้ดอกเบี้ยทบนานหน่อย 555+

ต้องมาเรียนใหม่หมดในยุค AI#

แต่ความตลกคือ — ของที่ผมเรียนมาตอนนั้น หลายอย่างตอนนี้ไม่ใช้แล้ว

Filezilla? ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวนี้ deploy เว็บคือ push เข้า GitHub แล้วมี CI/CD วิ่งอัตโนมัติ หรือบางทีเอาโค้ดทั้งก้อนไปวางที่ serverless ที่ไม่ต้องมี server ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

Server แบบที่ผมเคยรู้จัก (คือเครื่องที่ต้องลง OS เองเปิดทิ้งไว้) — เดี๋ยวนี้เรียก serverless แล้วเฉยเลย ไม่มี server ในความหมายเดิมที่ต้องดูแล

GitHub ที่ผมงงมากว่ามันคืออะไร ทำไมคนพูดถึงกันเยอะ — ต้องมานั่งเรียนใหม่ทั้งหมด branch คืออะไร commit คืออะไร PR คืออะไร

อะไรมันดูง่ายขึ้นเยอะจนงงๆ ส่วนที่ยากในยุคของผม ตอนนี้มีเครื่องมือช่วยหมดแล้ว แต่กลายเป็นว่าผมต้องมาเรียนเครื่องมือใหม่ที่ไม่เคยรู้จักแทน


สรุปคือผมเกลียดเขียนโค้ดมาก แต่พื้นฐานที่โดนฝังตั้งแต่ ป.2 ไม่ได้หายไปไหน — รออยู่ 20 ปีถึงมา pay off ในยุคที่ AI ทำงานหนักแทนได้ ตอนนี้ก็นั่งเรียน serverless กับ GitHub ใหม่อยู่ ยังไม่เข้าใจทั้งหมดหรอก แต่ถือว่าสนุกกว่าร้องไห้หา bug ตอน ป.3 แน่นอน 555+