3582 คำ
18 นาที
CyberSecurity Foundation EP.36 — IoT + OT / ICS Security: ของในบ้านที่ฝังคอม + โรงงาน
สารบัญ
IoT: ของในบ้านที่ฝังคอม — และทำไมโจรชอบ ทำไม IoT เป็นที่รักของโจร OWASP IoT Top 10: สมุดบาปของ IoT OT vs IT: โลก 2 ใบที่ภาษาคนละภาษา ICS / SCADA / PLC / HMI / Modbus: สมองของโรงงาน ICS = Industrial Control System (ระบบควบคุมอุตสาหกรรม) SCADA = Supervisory Control and Data Acquisition (ระบบควบคุม + เก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์) PLC = Programmable Logic Controller (ตัวควบคุมที่โปรแกรมได้) HMI = Human-Machine Interface (หน้าจอที่คนคุยกับเครื่อง) Modbus / DNP3 / Profinet: โปรโตคอลโบราณที่ไม่มี authentication Air-Gap Myth + Frameworks: ทำไม “ไม่ต่อเน็ต” ไม่จริง Frameworks ที่ช่วยจัดระเบียบ OT/IoT security 7 เคสจริงระดับโลก: โรงงาน + IoT + โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเหยื่อ Stuxnet 2010 — Iran Nuclear Centrifuges Ukraine Power Grid 2015 + 2016 Casino Fish Tank Hack 2017 Triton / Trisis 2017 — Saudi Petrochemical Colonial Pipeline 2021 — US East Coast Fuel Verkada 2021 — 150,000 Cameras Mirai 2016 (Revisit) — IoT Botnet ปิด EP.36 + 2 Leader Takeaways 2 Leader Takeaways Tease EP.37 — Remote Work + ZTNA: ตำรวจตรวจที่ทุกประตู

Series: CyberSecurity Foundation — รากฐาน Security สำหรับยุค AI (ภาษาคน)

Part 0 — WHY: เมืองนี้ทำไมต้องมียาม

Part 1 — HOW: ระบบนิเวศของเมือง

Part 2 — Identity: บัตรประชาชน + กุญแจห้อง

Part 3 — Data: ของในเซฟ

Part 4 — Infrastructure: ถนน กำแพง ท่อ

Part 5 — Operations: ตำรวจ ดับเพลิง สืบสวน

Part 6 — Governance: เทศบาล + กฎหมายเมือง

→ สารบัญรวมของซีรีส์ (Hub)

ครับ — EP.35 ผมพาคุณดู mobile + wireless — พนักงานที่ทำงานนอกตึก + สัญญาณวิทยุที่บินอยู่ในอากาศ. คุณรู้แล้วว่า — mobile device ของพนักงานคือ endpoint ที่ออกจากกำแพงเมือง + ต้องมี MDM จัดการ + Wi-Fi มี WPA3 + Bluetooth มี BlueBorne / KNOB + cellular มี IMSI catcher ที่ดักฟัง 5G ได้ในเงื่อนไขจำเพาะ. ทุกอย่างที่คุยใน EP.35 — เป็นของที่คนทั่วไปคิดว่า “นี่คือ IT” — มือถือ, laptop, Wi-Fi, BT

แต่ EP.36 จะเปิดประเด็นที่ผู้บริหารไทย คิดน้อยที่สุด — และเป็นช่องโหว่ที่โจรชอบที่สุดในรอบ 10 ปี

ลองนึกฉากครับ — โรงแรม casino ที่ลาสเวกัส. ปี 2017. ฝ่าย IT มี firewall NGFW ระดับโลก + EDR ครบ + segmentation ละเอียด. ผ่าน pen test รัวๆ. แต่อยู่ดีๆ — ฐานข้อมูล high-roller (ลูกค้า VIP ที่เล่นเงินหลักล้านดอลลาร์ต่อหัว) หลุดออกไปนอกบริษัท 10GB

ตำรวจไซเบอร์ตามรอย. ทางเข้าของโจร — ไม่ใช่ laptop ของพนักงาน. ไม่ใช่ Wi-Fi guest. ไม่ใช่ phishing email

โจรเข้ามาทาง เทอร์โมมิเตอร์ของตู้ปลา ที่อยู่ใน lobby ของ casino

ครับ — เทอร์โมมิเตอร์ตู้ปลา ที่ต่อ Wi-Fi เพื่อ monitor อุณหภูมิน้ำ + แจ้งเตือนเวลาน้ำเย็นเกินไป — มี firmware ที่ไม่เคย update + รหัสผ่าน default + อยู่ใน network เดียวกับ database server. โจรเข้าเทอร์โมมิเตอร์ → pivot ผ่าน network → ดูดฐานข้อมูลออกผ่านเทอร์โมมิเตอร์ตัวนั้นกลับ

เคสนี้ชื่อ Casino fish tank hack 2017 — เปิดเผยโดย CEO ของ Darktrace ในการพูดที่งานสัมมนา. มันเป็นเคสที่กลายเป็น metaphor ของยุคนี้ — โจรไม่ได้เข้ามาทางประตูหน้า ไม่ได้เข้าทางหน้าต่าง — มันเข้าทางเทอร์โมมิเตอร์ของตู้ปลา

นี่คือโลกของ IoT + OT + ICS ที่ EP.36 พาคุณไปดูครับ

ลองนึกภาพ เมืองที่ของมีค่า ของเราอีกครั้ง. ที่ผ่านมา 9 EPs ของ Part 4 — เราคุยเรื่อง ถนน, ป้อมยาม, ท่อใต้ดิน, เช่าตึกบนคลาวด์, ตู้คอนเทนเนอร์ในโรงงาน. แต่ทั้งหมดที่ผ่านมา — เป็นเรื่องของ IT ที่ทุกคนยอมรับว่าเป็น IT

EP.36 พาคุณดูของอีก 2 ประเภท ที่อยู่ในเมืองเดียวกัน — แต่ไม่มีใครคิดว่าเป็น IT:

  1. IoT (Internet of Things) — ของในบ้านที่ฝังคอม — สมาร์ทแอร์, สมาร์ทล็อค, smart TV, smart bulb, smart fridge, smart camera, smart watch, รถยนต์รุ่นใหม่, แม้แต่หม้อหุงข้าวบางรุ่น. ทุกอย่างมี chip + OS + Wi-Fi + cloud connection
  2. OT (Operational Technology) / ICS (Industrial Control Systems) — โรงงาน + โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ — เครื่องจักรในโรงงานน้ำตาล, ระบบไฟฟ้าของ MEA / PEA, ระบบน้ำของกปน., รถไฟฟ้า BTS, ระบบเปิดปิดวาล์วของโรงกลั่นน้ำมัน, เครื่องผลิตวัคซีน

ของ 2 ประเภทนี้ — ฝังคอม + ต่อเน็ต — แต่ ไม่ได้ออกแบบมาให้ปลอดภัยจาก hacker. ส่วนใหญ่ออกแบบสมัยที่ “ใครจะไปโจมตีโรงงาน?” ยังเป็นคำถามที่สมเหตุสมผล

เริ่มที่ IoT ก่อนครับ

IoT: ของในบ้านที่ฝังคอม — และทำไมโจรชอบ#

ลองนึกบ้านคุณวันนี้ครับ. ในบ้านคุณ — มี กี่อย่าง ที่ต่อ Wi-Fi?

ลองนับ:

  • Router Wi-Fi (1)
  • มือถือทุกเครื่อง (3-5)
  • Smart TV (1-2)
  • ลำโพง Bluetooth / Google Home / Alexa (1-3)
  • กล้องวงจรปิดในบ้าน (2-8)
  • สมาร์ทล็อคประตู (อาจมี)
  • หลอดไฟ smart bulb (5-20 หลอด)
  • สมาร์ทแอร์ทุกเครื่อง (3-6)
  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (1)
  • เครื่องชั่งน้ำหนัก smart (1)
  • นาฬิกา smart watch (1-3)
  • รถยนต์รุ่นใหม่ที่ต่อแอป (1-2)
  • เครื่องฟอกอากาศที่ control ผ่านแอป

บ้านระดับกลางในไทยปี 2026 — มี 15-40 อุปกรณ์ที่ต่อ Wi-Fi. ทุกอย่างมี chip + OS + Wi-Fi + cloud account

นี่คือ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) หรือเรียกสั้นๆ ว่า IoT — แนวคิดที่ว่า — อุปกรณ์ทุกอย่างในชีวิตประจำวันจะมีคอมจิ๋วฝังอยู่ + ต่อเน็ต + คุยกันได้

ที่น่าตกใจคือ — IoT device ทั่วโลก ตามสถิติ Statista — ปี 2025 มีประมาณ 18.8 พันล้านเครื่อง. เทียบกับ — มือถือทั้งโลก 8 พันล้าน + คอมพิวเตอร์/laptop 2 พันล้าน. IoT มากกว่า IT แบบดั้งเดิมรวมกัน

ทำไม IoT เป็นที่รักของโจร#

ลองคิดมุมโจรครับ. ถ้าคุณเป็น hacker — คุณจะโจมตี:

  • Windows server ที่มี Microsoft patch ทุกเดือน + EDR + admin คอย monitor 24/7? หรือ
  • สมาร์ทบัลบ์ ที่บริษัทผู้ผลิตเลิกทำ firmware update ตั้งแต่ปี 2019 + รหัสผ่าน default + ไม่มีใคร monitor + เจ้าของบ้านไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันต่อเน็ต?

คำตอบชัดเจน. IoT คือ low-hanging fruit ที่สุดของวงการ ด้วย 5 เหตุผล:

1. Default credentials — รหัสผ่าน factory default ที่ไม่มีใครเปลี่ยน. admin/admin, root/root, admin/password. มีเว็บชื่อ Shodan ที่ scan IoT device ทั้งโลก + แสดงตัวที่ยังใช้ default password — มีเป็นล้านเครื่อง

2. ไม่มี firmware update — บริษัท IoT ราคาถูก ขายแล้วลืม. ลูกค้าซื้อสมาร์ทบัลบ์ราคา 200 บาท — บริษัทผู้ผลิตจะมาทำ security patch ให้คุณตลอดชีพหรือ? ไม่. หลายยี่ห้อหายไปจากตลาดในปีที่ 2 — ของยังใช้งานได้ แต่ไม่มี patch อีกตลอดชาติ

3. ไม่มี CPU + memory พอที่จะรัน security agent — สมาร์ทบัลบ์มี chip จิ๋ว. คุณจะติด EDR ลงสมาร์ทบัลบ์ได้ยังไง? ไม่ได้. มันไม่มี OS ที่รองรับ + ไม่มี memory พอ + ไม่มี API ให้ install agent

4. ผู้ใช้ไม่รู้ตัวว่ามันต่อเน็ต — เจ้าของบ้านคิดว่า “นี่คือสมาร์ทแอร์” — ไม่คิดว่ามันคือ Linux box ที่ต่ออินเทอร์เน็ต ที่ตั้งอยู่ในบ้าน

5. มันเป็นสะพานเข้า network — ถึงสมาร์ทบัลบ์เองจะไม่มีข้อมูลค่า — แต่มันอยู่ใน Wi-Fi เดียวกับ laptop ทำงาน + database ที่บ้าน + NAS ของครอบครัว. โจรเข้าสมาร์ทบัลบ์ → pivot → ไปต่อที่อื่นได้

มุมผู้บริหาร: ถ้าบริษัทคุณ implement Zero Trust ในออฟฟิศแล้ว — แต่ work from home ของพนักงาน ใช้ home Wi-Fi ที่มี IoT 30 ตัว — laptop ทำงานของพนักงานอยู่ใน segment เดียวกับสมาร์ทบัลบ์ที่ไม่ได้ patch มา 3 ปี — Zero Trust ของบริษัทพังที่ end ของ tunnel. นี่เป็น scenario ที่ผู้บริหารหลายคนยังไม่เห็นภาพ. ทางแก้ไม่ใช่ “ห้ามพนักงานมี IoT ที่บ้าน” (ทำไม่ได้) — แต่คือ assume home network = hostile + ใช้ ZTNA + EDR + browser isolation ที่ปกป้องไม่ว่าพนักงานนั่งทำงานที่ไหน. ใน EP.37 จะเจาะ ZTNA ต่อ — แต่ insight สำคัญของ EP.36 คือ — บ้านของพนักงาน = ส่วนขยายของพื้นที่โจมตีของบริษัท ครับ

OWASP IoT Top 10: สมุดบาปของ IoT#

ใน EP ก่อนๆ คุณคงได้ยินคำว่า OWASP (Open Web Application Security Project) มาแล้ว — เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำเอกสารแบบ “10 ช่องโหว่ยอดฮิตของ web application” ที่นักพัฒนาทั่วโลกใช้เป็นเช็คลิสต์

OWASP มีรายการอีกอันชื่อ OWASP IoT Top 10 — เปิดตัวปี 2014, update ปี 2018 — รวบรวม 10 ช่องโหว่ที่เจอบ่อยที่สุดใน IoT device. ถ้าผู้บริหารต้องจำรายการเดียวจาก EP นี้ — จำรายการนี้ครับ

ลองนึก — สมุดบัญชีบาปของ IoT — 10 ข้อหลัก:

1. Weak / Guessable / Hardcoded Passwords — รหัสผ่าน default ที่ใครก็เดาได้ + hardcode ใน firmware (เปลี่ยนไม่ได้). Mirai botnet 2016 ใช้ list รหัสผ่าน default แค่ 61 คู่ scan ทั่วเน็ต — ติด IoT camera + DVR ได้ 600,000 เครื่อง ภายใน 2 เดือน

2. Insecure Network Services — เปิด port ที่ไม่จำเป็นต่อเน็ต — Telnet, FTP, UPnP, debugging port. กล้องวงจรปิดราคาถูกเปิด Telnet (port 23) ทิ้งไว้ — log in ด้วย root/root ก็เข้าได้

3. Insecure Ecosystem Interfaces — API + web interface + mobile app + cloud backend ที่คุยกับ IoT — ถ้าตัวใดตัวหนึ่งอ่อน — เข้าได้หมด. Verkada 2021 — กล้อง 150,000 ตัวโดน hack เพราะ admin credential ของระบบกลางบน cloud ถูกเปิดเผยใน internal tool

4. Lack of Secure Update Mechanism — ไม่มี firmware signing → โจร push firmware ปลอมเข้า device ได้. หรือไม่มีระบบ update เลย — ของ ship ออกมาคือเวอร์ชั่นนั้นตลอดชีพ

5. Use of Insecure or Outdated Components — ใช้ library + chip + OS ที่มี CVE เก่าๆ ที่ไม่ patch. OpenSSL version 0.9 ในกล้อง IP บางยี่ห้อ — ของปี 1998 — ที่ใส่ใน device ปี 2022

6. Insufficient Privacy Protection — เก็บข้อมูล user มากเกินจำเป็น + ส่งกลับ cloud โดยไม่บอก. สมาร์ท TV บางยี่ห้อบันทึกเสียงในห้องนั่งเล่นส่งกลับ. หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางยี่ห้อ map แผนผังบ้านส่งกลับ. เคส iRobot Roomba leaked map ของบ้าน 2022

7. Insecure Data Transfer and Storage — รับส่งข้อมูลแบบไม่ encrypt (HTTP แทน HTTPS) + เก็บ data ใน device แบบ plain text. โจรดักฟัง Wi-Fi → อ่านได้

8. Lack of Device Management — ไม่มีระบบกลางที่ดูแล IoT ทั้งหมดในบริษัท. ของวางๆ ทั่วตึก — ไม่รู้มีกี่ตัว + รุ่นอะไร + patch level เท่าไหร่

9. Insecure Default Settings — config ออกจากโรงงาน — เปิดทุก feature + รหัสง่าย + ไม่มี firewall ในตัว — ผู้ใช้ต้อง harden เอง (ซึ่งไม่มีใครทำ)

10. Lack of Physical Hardening — โจรเข้าถึงตัวเครื่อง → ถอด chip → อ่าน firmware → ดึง credential + key. JTAG / UART port เปิดทิ้งบน PCB ของ IoT ราคาถูก — โจรต่อ probe เข้าได้

ลองคิดง่ายๆ — 10 ข้อนี้ = ทุกอย่างที่ enterprise IT แก้ไปนานแล้ว — patching + secure default + encryption + no default password. โลก IoT ยังอยู่ที่จุดที่โลก enterprise IT อยู่ในปี 1995

มุมผู้บริหาร: เกณฑ์การจัดซื้อ IoT ควรเข้าระดับเดียวกับการจัดซื้อ server — ถึงแม้ราคามันแค่ 500 บาทก็ตาม. ถ้ามันต่อ network ของบริษัท = attack surface ขนาดเท่ากับ server. คำถามเดียวที่ต้องถาม vendor ก่อนซื้อ — “end-of-support เมื่อไหร่ + ต่อ cloud ของใครในประเทศไหน?” ถ้าไม่บอก = ไม่ซื้อ. บริษัทไทยหลายแห่งซื้อกล้องวงจรปิดราคาถูกของจีน — ไม่รู้ว่ามันส่ง video feed กลับ server ที่จีนทุกวัน

OT vs IT: โลก 2 ใบที่ภาษาคนละภาษา#

ถ้า IoT คือ ของในบ้าน — OT คือ ของในโรงงาน. และโลก 2 อันนี้ — IT กับ OT — ภาษาคนละภาษา + priority คนละทาง + ผู้คนคนละสายงาน

ลองนึกครับ — บริษัทขนาดใหญ่ของไทยที่มีโรงงาน เช่น PTT, SCG, CP, เครือ Mitsubishi — มี 2 ทีม ที่ดูแลคอมพิวเตอร์:

ทีม IT — ดูแล computer ในออฟฟิศ. Windows, Mac, email, SharePoint, ERP, CRM, Wi-Fi ของพนักงาน. priority หลัก = confidentiality (ข้อมูลห้ามรั่ว) + ใช้ framework แบบ NIST CSF, ISO 27001. patch ทุกเดือน. ของอายุ 3-5 ปีก็เปลี่ยน

ทีม OT — ดูแล เครื่องจักร ในโรงงาน. PLC, SCADA, HMI, sensor วัดอุณหภูมิ, valve actuator. priority หลัก = availability + safety (โรงงานห้ามหยุด + คนงานห้ามตาย) + ใช้ framework แบบ IEC 62443. patch ไม่กี่ปีครั้ง หรือไม่ patch เลย. ของอายุ 20-30 ปี ยังใช้

ตารางเปรียบเทียบที่ผู้บริหารต้องเข้าใจ:

มิติITOT
Priority CIAConfidentiality > Integrity > AvailabilityAvailability > Integrity > Confidentiality (กลับด้าน)
Lifecycle3-5 ปี20-30 ปี
Downtimeยอมรับได้ 99.9% (ปี ละ 8 ชม.)ยอมรับไม่ได้ 99.99%+ (โรงงานหยุด = เสียเงินนาทีละแสน)
Patchingทุกเดือน (Patch Tuesday)นานๆ ทีระหว่าง planned shutdown
OSWindows 11, Linux ใหม่Windows XP / Windows 7 / RTOS โบราณยังเจอ
Update windowrestart ตอน 3 ทุ่มต้องวางแผน 6 เดือนล่วงหน้า + หยุดโรงงานเป็นวัน
VendorMicrosoft, Google, AWSSiemens, Schneider, Rockwell, Honeywell, Mitsubishi
ProtocolTCP/IP, HTTPSModbus, DNP3, Profinet, EtherNet/IP
AuthKerberos, OAuth, MFAส่วนใหญ่ไม่มี authentication
คนดูแลsysadmin / DevOpsengineer ที่จบไฟฟ้า / control engineering

ลองนึก scenario จริงครับ. ทีม IT บอกทีม OT — “PLC ตัวนี้มี CVE Critical — patch เลย”. ทีม OT ตอบ:

  • “Patch ครั้งสุดท้ายของ PLC ตัวนี้ปี 2014 ครับ. ถ้า patch ใหม่ — control logic อาจเสีย — โรงงานหยุด — เสียเงิน 5 ล้านบาท + ลูกค้าโกรธ”
  • “Patch ใหม่ต้องใช้ engineer ของ Siemens บินมาทำ — งบ 200,000 บาท + ต้องรอ window 3 เดือน”
  • “ของตัวนี้ Siemens เลิก support แล้ว — patch ไม่มีให้ครับ”
  • “ทำไมถึงคิดว่า PLC ของผมจะโดน hack? มันอยู่ใน network แยก — ไม่ต่อเน็ต — air-gapped”

ทีม IT พูดอีกภาษา — ทีม OT พูดอีกภาษา. ทั้ง 2 ฝ่าย ถูกในมุมของตัวเอง — แต่ถ้าไม่คุยกัน — บริษัทเป็นเหยื่อของ Stuxnet รุ่นถัดไป

มุมผู้บริหาร: ใน scenario ทั่วไปของบริษัทไทยที่มีโรงงาน — OT security ตกที่ใคร? — โดยทั่วไป CISO ดูแลแต่ IT — OT อยู่ใต้ Plant Manager หรือ COO. 2 ฝ่ายไม่คุยกัน บ่อยมาก. นี่คือ structural risk ที่ผู้บริหารต้องแก้ — ไม่ใช่ผ่าน framework แต่ผ่าน org chart. คำแนะนำของวงการ — สร้างตำแหน่ง Joint OT-IT Security Committee ที่มี CISO + Plant Manager + Head of Engineering นั่งร่วม ประชุมเดือนละครั้ง. หรือถ้าบริษัทใหญ่พอ — มี Chief OT Security Officer แยกต่างหากเลย (เริ่มเห็นในเครือใหญ่ระดับโลกแล้ว). อย่ายัด OT ไปอยู่ใต้ CISO ที่ไม่เคยเดินโรงงาน — เพราะมัน priority ผิดทาง — และอย่าทิ้ง OT ไว้ที่ Plant Manager ที่ไม่เคยเจอ malware — เพราะมัน blind spot คนละทาง

ICS / SCADA / PLC / HMI / Modbus: สมองของโรงงาน#

ตอนนี้คุยให้ลึกขึ้นในโลก OT ครับ. ใน OT มีคำศัพท์ที่ผู้บริหารต้องรู้ — 5 คำหลัก:

ICS = Industrial Control System (ระบบควบคุมอุตสาหกรรม)#

คำใหญ่สุด — หมายถึงทุกอย่างในโรงงานที่ “ควบคุมการผลิต”. รวมทั้ง PLC + HMI + sensor + actuator + control room + protocol. ทุกระบบควบคุมโรงงาน = ICS

SCADA = Supervisory Control and Data Acquisition (ระบบควบคุม + เก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์)#

SCADA = ระบบ ICS ที่ รวมศูนย์การควบคุม — แทนที่จะมีคนเดินไปดูแต่ละเครื่อง — มี control room กลาง ที่ engineer นั่งดู dashboard เห็นทุก sensor + ทุก valve + ทุกเครื่องจักร พร้อมกัน + สั่งงานจากที่นั่งเดียวได้

โรงไฟฟ้า → มี SCADA ของโรงไฟฟ้า. โรงประปา → มี SCADA ของน้ำ. รถไฟฟ้า → SCADA ของระบบเดินรถ. โรงกลั่นน้ำมัน → SCADA ของกระบวนการกลั่น

PLC = Programmable Logic Controller (ตัวควบคุมที่โปรแกรมได้)#

PLC = สมองของโรงงาน. มันคือ คอมพิวเตอร์ industrial ที่ออกแบบมาทำงาน 24/7 ในสภาพแวดล้อมโรงงาน (ร้อน, ฝุ่น, สั่น, สนามไฟฟ้า)

PLC อ่าน input จาก sensor (อุณหภูมิ, แรงดัน, ระดับน้ำ) → ตัดสินใจตาม logic ที่เขียนไว้ → สั่ง output ไป actuator (เปิด/ปิด valve, สตาร์ทมอเตอร์, ปิด heater)

ตัวอย่างง่ายๆ — PLC ของหม้อต้มน้ำในโรงงาน:

  • ถ้าอุณหภูมิ > 200°C → ปิด heater + เปิด valve ระบายไอ
  • ถ้าแรงดัน > 10 bar → emergency shutdown
  • ถ้าระดับน้ำ < 30% → เปิด refill valve

PLC ที่เจอบ่อย — Siemens S7 (เคสที่ Stuxnet โจมตี), Rockwell Allen-Bradley, Schneider Modicon, Mitsubishi MELSEC, Omron

HMI = Human-Machine Interface (หน้าจอที่คนคุยกับเครื่อง)#

HMI = หน้าจอใน control room ที่ engineer ใช้ดูสถานะ + สั่งงาน PLC. มันคือ Windows PC หรือ industrial touchscreen ที่รัน software ของ Siemens / Rockwell / Schneider — แสดงผังโรงงาน + ค่า sensor real-time + ปุ่มกด

ปัญหาคลาสสิคของ HMI — รัน Windows XP / Windows 7 ที่เลิก support แล้ว เพราะ software ของ Siemens version เก่าไม่รองรับ Windows 10/11. เครื่องนี้อยู่ในโรงงาน — ต่อ network โรงงาน — ไม่ได้ patch มา 10 ปี — โจรเข้าได้ทันที

Modbus / DNP3 / Profinet: โปรโตคอลโบราณที่ไม่มี authentication#

Modbus — โปรโตคอลที่ออกแบบโดย Modicon ในปี 1979 — ใช้คุยระหว่าง PLC กับ sensor / actuator. ตอนออกแบบ — โลกยังไม่มี TCP/IP — ไม่มีคนคิดว่าจะมี hacker เข้า network โรงงาน

ผลคือ — Modbus ไม่มี authentication + ไม่มี encryption + ไม่มี integrity check. ใครส่งคำสั่งเข้าไป — PLC ก็ทำตาม. โจรที่เข้า network โรงงานได้ → ส่ง Modbus command “เปิด valve 100%” → PLC ทำทันที — ไม่ถามว่าใคร

โปรโตคอลที่อายุเทียบกัน:

  • Modbus (1979) — โรงงานทั่วไป
  • DNP3 (1993) — utility (ไฟฟ้า, น้ำ, ก๊าซ)
  • Profinet (2003) — Siemens
  • EtherNet/IP (2001) — Rockwell

ทั้งหมด — design ในยุคที่ “network ของโรงงานคือ network ที่ปลอดภัยโดยธรรมชาติ”. ทุกตัว — มี version ใหม่ที่เพิ่ม authentication (เช่น Modbus Secure) — แต่บริษัททั่วโลกยังใช้เวอร์ชั่นเก่าเพราะของอายุ 20 ปียังเดิน

มุมผู้บริหาร: ถ้าบริษัทคุณมีโรงงาน — ขอ Plant Manager ตอบคำถามเดียว — “OT network กับ IT network ของเราแยกขาดจริง หรือเชื่อมแค่ครั้งเดียวเพื่อ remote support ของ vendor?” เคสคลาสสิคของวงการ — Plant Manager ตอบไม่ได้ เพราะ OT ถูก vendor (Siemens / Rockwell) ส่ง engineer มาดูแลเอง. นี่คือ blind spot ระดับ board ที่ต้องหาคำตอบให้ได้ ก่อน Stuxnet รุ่นใหม่จะมาเยือน

Air-Gap Myth + Frameworks: ทำไม “ไม่ต่อเน็ต” ไม่จริง#

มาถึงประเด็นที่อยากให้จำที่สุดของ EP นี้ครับ

ผู้บริหารโรงงานที่เห็นในสัมภาษณ์ตามสื่อ — เวลาถูกถามว่า “โรงงานของคุณ secure ไหม?” — มักตอบเหมือนกันว่า:

“ไม่ต้องห่วงครับ — เรา air-gapped — OT network ของเรา ไม่ต่อเน็ต ครับ”

Air-gap = ความคิดที่ว่า — ถ้า OT network ของโรงงาน ไม่ต่ออินเทอร์เน็ตเลย — โจรก็เข้าไม่ได้

ฟังดูสมเหตุสมผล. แต่มันคือตำนานครับ — ไม่ใช่ความจริง

ลองดู — โรงงาน “air-gapped” ในความจริง มีช่องเชื่อมตลอด:

1. USB drive ของ engineer — engineer ของ vendor บินมา service — เสียบ USB ของตัวเองเข้า HMI เพื่อ update firmware → Stuxnet 2010 เข้า Iran nuclear ผ่าน USB drive ตามวิธีนี้แหละ

2. Laptop ของ vendor — Siemens / Rockwell ส่งคนมา on-site เพื่อตรวจ PLC. Laptop ของเขาเคยต่อเน็ตที่อื่น — แล้วเอามาเสียบโรงงานเรา → vector ที่ใช้ในเคส Saudi petrochemical 2017 (Triton)

3. Vendor remote support — โรงงานเปิด VPN ให้ vendor เข้ามา troubleshoot “ครั้งเดียวๆ เวลามีปัญหา” — แต่ตัว VPN tunnel ค้างอยู่ + credential แชร์กันในทีม vendor → Colonial Pipeline 2021 เข้าผ่าน legacy VPN account ที่ไม่มี MFA

4. Wi-Fi + Bluetooth ในโรงงาน — sensor + scanner ที่ใช้ Wi-Fi/BT ของยี่ห้อไม่ดี เปิด backdoor ใน network โรงงาน

5. IT-OT bridge ที่ “ตั้งใจไม่ให้ต่อแต่ตั้งใจไม่จริง” — มี server กลางที่ทั้ง IT + OT เข้าได้ “เพื่อ reporting” — โจรเข้า IT → pivot → ผ่าน server กลาง → เข้า OT

6. Removable media + DVD + maintenance device — ของพวกนี้ปะปนทุกวันในโรงงานที่บอกว่า air-gapped

ในความเป็นจริง — air-gap ที่แท้จริง หายากมาก — มีอยู่บ้างใน military / nuclear / classified — แต่โรงงานทั่วไป ไม่ใช่ air-gap จริง — มันเป็น “air-gapped ในใจของ Plant Manager” เท่านั้น

นี่คือเหตุที่ Stuxnet ใน Iran (2010), Ukraine power grid hack (2015 + 2016), Triton ใน Saudi Arabia (2017) — เกิดได้ทั้งที่ทุกระบบเป็น “air-gapped” อย่างเป็นทางการ

Frameworks ที่ช่วยจัดระเบียบ OT/IoT security#

ในเมื่อ air-gap ไม่จริง — ต้องมี framework ช่วยจัดระบบ. 3 ตัวที่ผู้บริหารต้องรู้:

1. IEC 62443 — มาตรฐานสากลของ International Electrotechnical Commission สำหรับ OT/ICS security. ครอบคลุมตั้งแต่ Operating environment → System → Component. ใช้แนวคิด zones + conduits — แบ่งโรงงานเป็น zone ตาม risk → ระบุ conduits (เส้นทางคุย) ระหว่าง zone → security ของแต่ละ conduit. มาตรฐานเดียวที่ vendor OT ทั่วโลกยอมรับร่วมกัน — ถ้าบริษัทคุณมีโรงงาน ขอ vendor ส่ง IEC 62443-4-2 certification ของ PLC ที่ขาย

2. NIST IR 8259 — Internal Report ของ NIST สำหรับ IoT manufacturers. มี baseline ของ security feature ที่ IoT ทุกตัวควรมี — device identification, configuration, data protection, logical access, software update, cybersecurity state awareness. เกณฑ์การจัดซื้อ IoT ของบริษัท ใช้ NIST IR 8259 เป็นเช็คลิสต์ได้เลย

3. CISA OT Alerts — Cybersecurity and Infrastructure Security Agency ของสหรัฐ ออก alert + advisory สำหรับ OT/ICS vulnerability เป็นประจำ. ที่ ics-cert.us-cert.gov มี database ของช่องโหว่ของ PLC ทุกยี่ห้อ. ทีม OT ของบริษัทคุณควร subscribe + อ่านทุกสัปดาห์

มุมผู้บริหาร: air-gap = ตำนาน — นี่คือ takeaway ที่อยากให้ผู้บริหารจำที่สุดของ EP นี้. ถ้า Plant Manager บอกว่า “เรา air-gap” — ขอให้เขาพิสูจน์ด้วยคำถามเดียว — “list ทุก vendor remote access ของโรงงานให้ดู — กี่ราย + ผ่าน VPN ไหน + มี MFA ไหม?” ถ้า list ไม่ได้ภายในวันเดียว = ไม่ใช่ air-gap. แทนที่จะอ้าง air-gap — ให้ assume breach แล้ว implement defense in depth + IEC 62443

7 เคสจริงระดับโลก: โรงงาน + IoT + โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเหยื่อ#

EP.36 จะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่เล่า เคสจริง. ใน 15 ปีที่ผ่านมา มีเคสใหญ่ที่เปลี่ยนวิธีคิดของวงการ OT/IoT — เลือก 7 เคสคลาสสิค ที่ผู้บริหารต้องรู้:

Stuxnet 2010 — Iran Nuclear Centrifuges#

โจรเข้าทาง: USB drive ที่ engineer ของโรงงาน Natanz เสียบเข้า HMI → malware ติดต่อ Siemens S7 PLC ที่ควบคุม centrifuge เสริมสมรรถนะ uranium → สั่งให้ centrifuge หมุนเร็วเกินสเปกเป็นพักๆ → ใบพัดพังจริง — แต่ในจอ HMI แสดงค่าปกติ → ไอหร่านสงสัยตัวเองว่า engineer ของตัวเองทำพังเอง

Impact: Iran เสีย centrifuge 1,000+ ตัว + nuclear program ช้าลง 2-3 ปี

บทเรียน: เคสแรกของโลกที่ malware ทำลายของจริง (kinetic damage). เปลี่ยนวงการ OT ทั้งหมด — ไม่มีใครพูดได้อีกแล้วว่า “hacker ทำได้แค่ขโมยข้อมูล — ไม่ทำลายของจริง”. ผู้สงสัยอันดับ 1 = US + Israel — ไม่มีฝ่ายไหนยืนยัน

Ukraine Power Grid 2015 + 2016#

ปี 2015 — โจรเข้าทาง: spear phishing email ถึง engineer ของ 3 utility company ในยูเครน → ติด BlackEnergy malware → ใช้ stolen credential เข้า SCADA → engineer ของรัสเซีย คลิกปุ่ม “เปิด breaker” ของสถานีไฟฟ้าหลายแห่ง → 220,000 ครัวเรือนไฟดับ ในกลางฤดูหนาว -20°C เป็นเวลา 6 ชม.

ปี 2016 — โจรอัพเกรด: ครั้งนี้ใช้ malware ชื่อ Industroyer / CrashOverride ที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยพูดภาษา IEC 60870-5-101 + 104 (โปรโตคอลของ Ukrainian grid) — automate การปิด breaker — ไม่ต้องมี engineer คลิก

Impact: เคสแรกของโลกที่ cyberattack ปิดไฟของประเทศ. เคสที่ทำให้ทุกประเทศจริงจังกับ critical infrastructure security

Casino Fish Tank Hack 2017#

โจรเข้าทาง: เทอร์โมมิเตอร์ของตู้ปลา ใน lobby ของ casino — ต่อ Wi-Fi + อยู่ใน network เดียวกับ database server. โจร scan ผ่าน Shodan → เข้าได้ → pivot → ดูดฐานข้อมูล high-roller (VIP) 10GB ออกผ่าน thermometer ตัวเดียวกัน

บทเรียน: IoT ใน lobby = backdoor เข้า database. เคสนี้เป็น metaphor เปิดของ EP นี้ — เพราะมัน vivid + จำง่าย + ทำให้ผู้บริหารเห็นว่า IoT ในที่ทำงาน = attack surface

Triton / Trisis 2017 — Saudi Petrochemical#

โจรเข้าทาง: malware ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ Schneider Triconex Safety Instrumented System (SIS) — เป็นระบบ safety ที่ออกแบบมา ปิดโรงงานอัตโนมัติเมื่อเกิดอันตราย (เช่น แรงดันสูงเกินจะระเบิด → SIS ปิดทุกอย่างเอง). โจรพยายามจะ disable SIS ก่อน — เพื่อให้ถ้าหลังจากนั้นมี attack อื่น — โรงงานไม่ปิดตัวเอง — ระเบิดได้จริง

โชคดี — โจรทำผิดพลาดระหว่าง deploy malware → SIS trigger emergency shutdown ของตัวเอง → ทีม OT พบ malware

Impact: เคสแรกของโลกที่โจรพยายามจะทำให้คนตาย ผ่าน cyberattack (ไม่ใช่แค่ข้อมูลรั่ว / ไฟดับ). เปลี่ยนวงการ OT — safety system ที่ทุกคนคิดว่า “isolated by design” ก็โดน hack ได้

Colonial Pipeline 2021 — US East Coast Fuel#

โจรเข้าทาง: legacy VPN account ที่ ไม่ได้ใช้แล้ว + ไม่มี MFA + password ปรากฏใน dark web → กลุ่ม DarkSide ransomware เข้า IT network → encrypt billing system

Twist: ransomware ไม่ได้แตะ OT — แต่ Colonial ปิด pipeline เอง เพราะกลัวว่าถ้า IT (billing) ใช้ไม่ได้ — จะไม่รู้ว่าใครซื้อน้ำมันเท่าไหร่ — เก็บเงินไม่ได้ → ปิดท่อน้ำมัน 5,500 ไมล์ ที่ส่ง gasoline 45% ของ US East Coast

Impact: น้ำมันขาดทั่วฝั่งตะวันออกของ US เป็นสัปดาห์. Biden ประกาศ emergency. Colonial จ่ายค่าไถ่ $4.4M (FBI กู้คืนได้ครึ่งหนึ่ง)

บทเรียน: IT incident → OT impact — ไม่จำเป็นต้อง hack OT ตรงๆ. ถ้า IT ของบริษัทพัง — operations อาจ shutdown เองด้วยความระมัดระวัง

Verkada 2021 — 150,000 Cameras#

โจรเข้าทาง: กลุ่ม hacktivist พบ admin credential ของ Verkada (บริษัทกล้อง IP cloud-based) อยู่ใน internal Jenkins tool ที่เปิดสาธารณะ → ใช้ super admin token เข้า cloud → เข้าถึง live feed ของกล้อง 150,000 ตัว ของลูกค้า Verkada ทั่วโลก — รวมถึง Tesla factory, Cloudflare office, โรงพยาบาล, เรือนจำ

บทเรียน: IoT cloud backend = single point of failure. ถ้าบริษัท IoT cloud โดน hack — กล้องทุกตัวของลูกค้าโดนหมด — ลูกค้าทำอะไรไม่ได้

Mirai 2016 (Revisit) — IoT Botnet#

ย้อนกลับไปที่ EP.31 (DDoS) คุณเจอ Mirai แล้ว แต่ขอย้ำใน context ของ EP นี้

โจรเข้าทาง: วัยรุ่น 3 คนใน US เขียน worm ชื่อ Mirai ที่ scan ทั่วเน็ตหาก กล้อง IP + DVR + router ที่ใช้รหัส default — รายการรหัสแค่ 61 คู่ (admin/admin, root/12345, root/xc3511, etc.) → ติด IoT 600,000+ เครื่อง ภายใน 2 เดือน → ใช้ botnet ยิง DDoS

Impact ใหญ่: ปิด Dyn DNS ในวันที่ 21 ตุลาคม 2016 — ทำให้ Twitter, Netflix, Reddit, GitHub, Spotify, Airbnb ล่มทั้งฝั่ง US เป็นวัน. เคสที่เปิดตาโลกว่า IoT ราคา 500 บาทเป็นเครื่องมือทำลายเน็ตได้

บทเรียน: default password ของ IoT = ปัญหาระดับ internet — ไม่ใช่แค่ปัญหาของเจ้าของ device

มุมผู้บริหาร: 7 เคสนี้ — ไม่ใช่เคสที่ “ห่างไกล” ครับ. ในไทย — เราอยู่ในวงจรเดียวกัน. โรงไฟฟ้า MEA / PEA / EGAT มี SCADA. โรงประปา กปน. / กปภ. มี SCADA. โรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ทุกแห่งมี PLC + HMI. บ้านระดับกลางทุกบ้าน มี IoT 20-40 ตัว. โรงพยาบาลใหญ่ มี ICS ของระบบจ่ายแก๊สทางการแพทย์ + ระบบไฟฟ้าสำรอง. 7 เคสข้างบน — สามารถเกิดในประเทศไทยได้ทุกเคส. คำถามคือ เมื่อไหร่ — ไม่ใช่ ถ้าเกิด. การลงทุนใน OT/IoT security วันนี้ — เทียบกับ cost ของ Colonial Pipeline ($4.4M ค่าไถ่ + impact หลายพันล้าน) หรือ Ukraine grid (impact ระดับชาติ) — ROI ที่จับต้องได้ครับ — แต่ส่วนใหญ่บริษัทไม่ลงทุนจนกว่าจะเกิดเรื่องครั้งแรก ซึ่งสายเกินไป

ปิด EP.36 + 2 Leader Takeaways#

ครับ — EP.36 พาคุณดูโลกที่ อยู่ในเมืองของเรา แต่ไม่มีใครคิดว่าเป็น “IT” — IoT + OT + ICS

ทบทวนสั้นๆ — 5 เรื่องหลักของ EP นี้:

  1. IoT = ของในบ้านที่ฝังคอม + ต่อเน็ต — 18.8 พันล้านเครื่องทั่วโลกในปี 2025 — ส่วนใหญ่ไม่มี firmware update + ไม่มี security agent + รหัส default
  2. OWASP IoT Top 10 = สมุดบาปของ IoT — default password, insecure network service, ไม่มี secure update, etc. — บริษัทไทยควรใช้เป็นเช็คลิสต์ก่อนซื้อ IoT
  3. OT vs IT = โลก 2 ใบ — priority CIA กลับด้าน (availability > security), lifecycle 20 ปี (ไม่ใช่ 3-5), patching ปีละไม่กี่ครั้ง — ต้องมี Joint OT-IT Security Committee
  4. ICS / SCADA / PLC / HMI / Modbus = สมองของโรงงาน — โปรโตคอลโบราณที่ไม่มี authentication — โจรเข้า network ได้ก็สั่งงาน PLC ได้ทันที
  5. Air-gap = ตำนาน — USB + vendor laptop + remote support + IT-OT bridge — ทุกอันคือช่องเชื่อมที่ทำให้ “air-gap” ไม่จริง. แทนที่จะอ้าง — ให้ใช้ IEC 62443 + NIST IR 8259 + CISA alerts

7 เคสที่เล่า — Stuxnet (2010), Ukraine power grid (2015+2016), Casino fish tank (2017), Triton (2017), Colonial Pipeline (2021), Verkada (2021), Mirai (2016) — ครอบคลุมตั้งแต่ของในตู้ปลา → โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

2 Leader Takeaways#

ข้อหนึ่ง — IoT/OT คือ attack surface ที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ตาบอด

ใน scenario ทั่วไปของบริษัทไทย — CISO รู้จำนวน server + endpoint + พนักงาน + cloud account. แต่ถ้าถามว่า — บริษัทเรามี IoT กี่ตัวในออฟฟิศ + กี่ตัวในโรงงาน + กี่ตัวที่บ้านพนักงาน? — ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้

นี่คือ inventory blind spot ที่ใหญ่ที่สุดของวงการ Cyber. ทางแก้ขั้นแรก — discovery — ใช้ network scanner หา device ทุกตัวที่ต่อ network ของบริษัท + ทำ inventory ที่ update ตลอด. ขั้นที่สอง — classify — แบ่งกลุ่ม device + ระบุ risk + กำหนด policy ของแต่ละกลุ่ม. ขั้นที่สาม — isolate — IoT/OT ไปอยู่ใน VLAN แยก + ไม่ให้คุยกับ corporate network โดยตรง

ข้อสอง — เลิกเชื่อว่า “ไม่ต่อเน็ต = ปลอดภัย”

ทุกเคสที่เล่าใน EP นี้ — Stuxnet, Ukraine, Triton — เกิดในสภาพแวดล้อมที่ทาง management เชื่อว่า “air-gapped”. การพึ่งพา air-gap = การฝากชีวิตของบริษัทกับสมมติฐานที่พิสูจน์แล้วว่าผิดมาตลอด 15 ปี

แทนที่จะอ้าง air-gap — assume breach (จาก EP.05) + ใช้ defense in depth + segmentation (จาก EP.28) + monitoring + least privilege สำหรับ vendor access. ของพวกนี้ใช้กับ IT ก็ใช้กับ OT ได้ — แค่ปรับให้รองรับ lifecycle 20 ปี + downtime ที่ยอมรับไม่ได้

ลองคิดง่ายๆ — โรงงานคือ data center ที่ผลิตของจริง — security ของมันควรซีเรียสเท่ากับ data center หลักของบริษัท. ถ้าบริษัทคุณมี SOC (Security Operation Center) ดู IT — มันควรมีตา ดู OT ด้วย — หรืออย่างน้อย — มี OT-SOC แยกที่คุยกับ IT-SOC ได้

Tease EP.37 — Remote Work + ZTNA: ตำรวจตรวจที่ทุกประตู#

ครับ — EP.36 จบ. คุณรู้แล้วว่า — IoT ในออฟฟิศ + OT ในโรงงาน + ICS ของประเทศ — ทุกอย่างคือ attack surface ที่ขยายตัว และ air-gap คือตำนาน

แต่ลองคิดดูครับ — ในปี 2026 — โลกของพนักงาน เปลี่ยน mode ไปแล้ว. หลัง COVID 2020 — พนักงานออฟฟิศใหญ่ในไทย — ทำงานที่บ้าน 2-3 วันต่อสัปดาห์ + เดินทาง + ทำงานในร้านกาแฟ + ต่อ Wi-Fi โรงแรม

ใน Part 4 ที่ผ่านมา — เราคุยเรื่อง firewall, segmentation, VPN, cloud, mobile, IoT/OT — ทุกอย่างเป็น infrastructure ของเมือง ที่อยู่ใน “ขอบเขตที่บริษัทคุม”

แต่เมื่อพนักงานออกจาก office — ขอบเขตเปลี่ยน:

  • พนักงานนั่งทำงานที่ Starbucks → Wi-Fi ของร้าน
  • พนักงานเข้า Salesforce ผ่าน laptop ส่วนตัวที่บ้าน
  • พนักงานต่อ VPN เก่าๆ ที่ครั้งเดียวจะเข้าระบบ ERP — แล้วกินทุกอย่างทั้งบริษัท
  • IoT 30 ตัวในบ้านพนักงาน (จาก EP.36) อยู่ Wi-Fi เดียวกับ laptop ทำงาน

คำถามใหม่ — บริษัทคุณยังเชื่อ perimeter security (firewall รอบบริษัท) ได้ไหม — เมื่อ perimeter ไม่มีอยู่จริงแล้ว?

EP.37 — Remote Work Security + ZTNA: ตำรวจตรวจที่ทุกประตู จะพาคุณดู:

  • ทำไม VPN รุ่นเก่า ไม่พอแล้ว — เคส COVID 2020 RDP explosion + Twitter 2020 (remote employee VPN)
  • ZTNA (Zero Trust Network Access) — แทนที่จะ “เข้ามาแล้วเข้าทุกอย่าง” → ตรวจที่ทุกประตู ทุกครั้ง
  • Conditional Access — Microsoft / Google วิธีตัดสินใจตามบริบท (device + location + risk score)
  • SASE / SSE — Secure Access Service Edge ที่ Gartner ผลักดัน — รวม security + network เป็น cloud service
  • Home network risks — IoT ของพนักงาน (จาก EP.36) ที่อยู่ใน Wi-Fi เดียวกับ laptop ทำงาน

master metaphor ของ EP.37 = ยามที่ตรวจที่ทุกประตู — ไม่ใช่แค่ประตูหน้าของตึก. ทุกห้องในตึก — ทุกประตูในตึก — มียามตรวจซ้ำ. ไม่มี implicit trust หลังจากเข้ามาแล้ว

ครับ — EP.36 ปิด. เห็นแล้วว่า — ของในเมืองของเรา — มีของอีกประเภทที่ไม่มีใครคิดว่าเป็น IT — และโจรชอบที่สุด. EP.37 — เปลี่ยน mindset ของการป้องกัน — จาก “กำแพงรอบเมือง” → “ตำรวจที่ทุกประตู”

แล้วเจอกันใน EP.37 ครับ